กลับหน้าหลักmaefa.nfe@gmail.com
ศูนย์การเรียนในตำบลแม่ฟ้าหลวงศูนย์การเรียนในตำบลเทอดไทยศูนย์การเรียนในตำบลแม่สลองในศูนย์การเรียนในตำบลแม่สลองนอก
             

            ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" (ศศช.)

          เมื่อปี 2523 กรมการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ในขณะนั้น ได้จัดตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา (ศศช.) ขึ้น
โดยส่งครูอาสา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ครูดอย 1-2 คนเข้าไปฝังตัวพักอยู่กับประชาชน ในชุมชนและมีการสร้างอาคารขนาดเล็ก
เรียกว่า อาศรม ด้วยวัสดุท้องถิ่น เพื่อให้บริการการศึกษาและพัฒนาชุมชนแก่ผู้ใหญ่ในเวลากลางคืนและสอนเด็กตั้งแต่อนุบาล-ป.6
ในตอนกลางวัน มุ่งให้สามารถช่วยเหลือตนเองและเป็นพลเมืองดีของชาติ ซึ่งโครงการศศช.นี้ได้รับรางวัลจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2537
ในฐานะที่เป็นแนวคิดใหม่ในการจัดการศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นพื้นฐาน ซึ่งมีการขยายเปิดตามชุมชนทุรกันดารถึง 773 แห่ง
เมื่อ พ.ศ. 2535 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงอ่านหนังสือพิมพ์ และทรงพบจดหมายของครูอาสาสมัคร คนหนึ่ง
ที่ ศศช.บ้านใหม่ห้วยหวาย จ.แม่ฮ่องสอน บรรยายความยากลำบากในการเป็นครูดอยในถิ่นกันดาร
และขอรับการสนับสนุนสื่อการเรียนการสอน และสิ่งของ เครื่องใช้ในอาศรม ศศช.พระองค์ทรงมีความสนพระทัยที่จะพระราชทานความช่วยเหลือ
จึงมอบหมายให้นาย บุญธันว์ มหาวรรณ หน.คณะทำงานส่วนพระองค์ ไปสำรวจหาข้อมูล
เพื่อให้ความช่วยเหลือ จึงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์  80,000 บาท
ให้สร้างอาคารขึ้นใหม่ และต่อมาได้พระราชทานความช่วยเหลือ และทรงรับ ศศช.ทุกแห่งไว้ในพระอุปถัมภ์
     ในปี พ.ศ. 2539 กรม กศน.ได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
จึงได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานชื่อของศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา (ศศช.)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง"
ซึ่งเป็นพระราชสมัญญานามของพระองค์ท่าน "แม่ฟ้าหลวง" หรือ "สมเด็จย่า" แต่ชื่อย่อยังใช้ติดของเก่าว่า ศศช.เหมือนเดิม .

 
 
ศศช.บ้านอาโต่ ศศช.บ้านม้งแปดหลัง ศศช.บ้านผาบือ ศศช.บ้านสามสูง
 
 

 

การจัดการศึกษาใน ศศช.

           การจัดการศึกษาเพื่อชุมชนเพื่อชุมชนในเขตภูเขา หรือที่เรียกกันว่า การจัดการศึกษาสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง
ภายใน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “ แม่ฟ้าหลวง ” ( ศศช.) แต่เดิมใช้หลักสูตรประถมศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา พุทธศักราช 2524 ถูกยกเลิกไปและใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 โดยจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3
เป็นเวลา 9 ปี ตาม พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับ พุทธศักราช 2545การจัดการศึกษาภาคบังคับสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง  ในบางพื้นที่ยังอยู่ในความรับผิดชอบของงานการศึกษานอกโรงเรียน
ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาที่เป็นไปตามหลักการของการจัดการศึกษาสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูงและเป็นไปตามข้อจำกัด คือ
1. เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะศูนย์การเรียนที่มีครูอาสาสมัครดูแลและจัดการศึกษาอยู่เพียง 1 – 2 คน
2. ลักษณะสภาพของชุมชนอยู่ห่างไกลจากความเจริญและเป็นพื้นที่ทุรกันดาร ขาดโอกาสที่จะได้รับการบริการพื้นฐานจากรัฐ
    ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา หลากหลายเผ่าพันธ์
3. การจัดการศึกษาที่ดำเนินการตลอดมาได้กำหนดหลักการไว้ว่าเป็นการจัดการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม
    ใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้มุ่งแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หลักสูตร ศศช.ในปัจจุบัน
1. หลักสูตรที่ใช้เป็น หลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับความเป็นอยู่ของชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการคิด และปฏิบัติ ตามวิถีชีวิต ประเพณี     วัฒนธรรม ความเชื่อ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน เพื่อให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในประเพณีและวิถีชีวิตของชุมชนและเกิดความหวงแหน
    ช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป
2. สอดแทรกความรู้เรื่องคุณธรรม และจริยธรรม โดยบูรณาการเข้ากับหลักสูตรการเรียนรู้ ให้กับผู้เรียนโดยเริ่มจากเด็กนักเรียน และนักศึกษา
3. หลักสูตรในชุมชน ที่ใช้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และเกิดผลประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างสูงสุด โดยผู้เรียนจะได้รับความรู้จากหลักสูตรชุมชน
    ที่คนในชุมชนช่วยกันคิดขึ้น

จุดเด่นของ ศศช.
1. ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา ” แม่ฟ้าหลวง ” ในแต่ละแห่งนั้นมีจุดเด่นคือ เป็นศูนย์การเรียนที่จัดตั้งให้อยู่ในชุมชน และอยู่ใกล้ชิดกับ
    ชุมชนมากที่สุดทำให้ สามารถสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้องตามความต้องการมากที่สุด
2. หน้าที่และความรับผิดชอบของศูนย์การเรียนชุมชนในแต่ละแห่งก็จะมีรูปแบบที่เป็นแนวทางเดียวกัน โดยจะจัดการเรียนการสอน
    ตามแนวทางของ พรบ . การศึกษาและนโยบายของสำนักงาน กศน. ในส่วนกลาง โดยจะจัดการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบควบคู่กัน     โดยใช้หลักสูตรของชุมชน เน้นการคิดและการปฏิบัติร่วมกับชุมชน ตามแนวคิดและปรัชญาของการศึกษานอกโรงเรียน คือ “ การคิดเป็น
    ทำเป็น " ให้ครูผู้สอนได้มีกิจกรรมทำร่วมกันกับชุมชน เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

การเรียนการสอนผู้ไม่รู้หนังสือ

สภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
1. การจัดกิจกรรมในห้องเรียน
- จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- จัดการเรียนการสอนโดยเน้นกิจกรรมและท่าทางประกอบ
- จัดการเรียนการสอนโดยการให้ นักเรียนและนักศึกษาได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการเรียน
- จัดกิจกรรมอื่นๆ เช่น โครงงาน , การทำสื่อ , การอบรมสัมมนา ฯลฯ
2. การจัดกิจกรรมภายนอกห้องเรียน
- กิจกรรมการสำรวจสิ่งแวดล้อม
- กิจกรรมการเข้าค่าย และฝึกอบรมต่าง ๆ
- กิจกรรมการเข้าร่วมประเพณีประจำเผ่า หรือ ชุมชนใกล้เคียง
- กิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันโดยการปฏิบัติจริงและเรียนรู้จากผู้รู้ในชุมชนและจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
- การทำโครงการต่างๆที่ตัวผู้เรียนให้ความสนใจและเกิดประโยชน์ต่อตัวผู้เรียนมากที่สุด
- กิจกรรมสนทนาภาษาไทย และเดินสอนตามบ้าน
- กิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน และศูนย์การเรียนฯ
- กิจกรรมการประชุมประจำเดือน และจัดเวทีประชาคม
- กิจกรรมตามประเพณี วัฒนธรรมของชนเผ่า
- กิจกรรมร่วมงานนอกสถานที่ เช่นการแข่งขันกีฬา วันสำคัญต่างๆ

การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
ู้1. นักเรียนและนักศึกษา ศศช . ใช้เกณฑ์การวัดผลและประเมินผลจากสื่อการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูง ( ศศช .)     พร้อมทั้งมีการเทียบโอนเข้าสายสามัญ
2. ผู้ไม่รู้หนังสือ ได้ใช้สื่อการเรียนการสอน และแบบประเมิน โดยเน้น พัฒนาการด้านการพูด , พัฒนาการด้านการฟังพัฒนาการด้านการอ่าน ,     พัฒนาการด้านการเขียน , การเข้าร่วมกิจกรรม , ความเฉลียวฉลาดในการแก้ไขปัญหา , ความสนใจในการเรียนรู้ โดยสอนให้ผู้เรียนคิดเป็น     และทำเป็น
3. นักศึกษาสายสามัญ มีการวัดผลและประเมินผล ดังนี้คือ การเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน , การเข้าร่วมกิจกรรมโครงงาน และการสอบ
    ปลายภาค กล่าวคือกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นการเพิ่มทักษะให้กับนักศึกษา ในกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมโครงงานเป็นการฝึกให้นักศึกษา     คิดเป็น ทำเป็น และฝึกกระบวนการกลุ่ม การสอบปลายภาคเป็นการทดสอบภาคทฤษฎี
4. นักเรียนประถม ในโครงการเด็กประถมกลับบ้าน จะวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้จากพฤติกรรม ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากเข้าร่วมโครงการ     โดยมุ่งหวังให้เด็กประถมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชน เช่นการใช้ภาษาไทยในครอบครัว , สุขลักษณะในครัวเรือนการอยู่ร่วมกัน
    พร้อมทั้งปลูกฝังแนวความคิดต่างๆ ในการดำรงชีวิต แล้วให้นักเรียนประถมไปถ่ายทอดสู่คนในครอบครัว และชุมชนต่อไป
5. ผู้ผ่านการอบรมวิชาชีพระยะสั้น ดำเนินการติดตามผลหลังจากจบการอบรมแต่ละวิชา โดยมุ่งหวังให้ ผู้ผ่านการอบรมวิชานั้นๆ สามารถนำ
    ความรู้ และทักษะที่ได้รับจากการอบรมไปขยายผล เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อีกทั้งสนับสนุนให้มีการตั้งกลุ่มอาชีพต่างๆ
    ขึ้นในชุมชน เพื่อความเข้มแข็ง และยั่งยืนของชุมชนต่อไป
6. การวัดผลและประเมินผล การจัดการศึกษาอื่นๆ ดำเนินการโดยมุ่งเน้นให้ผู้ผ่านการอบรม หรือการเรียนการสอน นำความรู้และทักษะ
    ที่ได้รับจากการอบรมหรือการเรียนการสอน ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง และชุมชน

เด็กประถมกลับบ้าน นักเรียน ศศช.

แบบบันทึกกิจกรรมต่าง ๆ ในศูนย์การเรียน
- สมุดบันทึกการปฏิบัติงานประจำวัน
- ข้อมูลพื้นฐานชุมชน ( รายชื่อประชากร และรายละเอียด )
- สมุดบันทึกการตรวจเยี่ยม (สมุดนิเทศ)
- สมุดเซ็นเยี่ยม
- ระเบียนผู้ไม่รู้หนังสือ
- ระเบียน นักเรียน ศศช .
- ระเบียน น.ศ. ศศช .
- ระเบียน น.ศ. สายสามัญ
- ระเบียนเด็กประถม ในโครงการประถมกลับบ้าน
- หลักสูตรที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
- แบบทดสอบนักเรียน / นักศึกษา
- แบบบันทึกต่างๆ เช่น ป.พ.